“Pi Network ไม่ใช่โครงการที่จะกลายเป็น 'Bitcoin ตัวที่สอง'”

นี่ไม่ใช่แค่วลีส่งเสริมการขาย แต่เป็นมุมมองที่สำคัญในการทำความเข้าใจทิศทางของ Pi Network

Bitcoin คือทองคำดิจิทัลและมุ่งเน้นไปที่การกักเก็บมูลค่าและสินทรัพย์ที่มีการกระจายอำนาจ

จากความขาดแคลนและความปลอดภัย บริษัทได้จัดตั้งตัวเองขึ้นเพื่อเป็นการลงทุนและจัดเก็บสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทั่วโลก

ในทางกลับกัน Pi Network มีเป้าหมายเพื่อสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจดิจิทัลที่นอกเหนือไปจากการจัดเก็บมูลค่าและใช้สำหรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แท้จริง

กล่าวอีกนัยหนึ่ง แกนหลักของ Pi ไม่ใช่แค่การเพิ่มราคาของเหรียญเท่านั้น แต่ยังเพื่อสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ผู้คนสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้

ทิศทางที่ Pi Network กำลังดำเนินการมีดังนี้:

• เครือข่ายที่ใครๆ ก็เข้าร่วมได้ง่ายๆ เพียงมีสมาร์ทโฟน • เชื่อถือเครือข่ายที่มีคนเข้าร่วมจริงตาม KYC • ระบบนิเวศของแอปพลิเคชันแบบกระจาย (DApp) ที่หลากหลายผ่าน Pi Browser • เศรษฐกิจในโลกแห่งความเป็นจริงที่สินค้าและบริการสามารถซื้อขายได้โดยตรงกับ Pi • แพลตฟอร์มที่นักพัฒนาสามารถสร้างบริการต่างๆ • โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงการชำระเงินทั่วโลกและการค้าดิจิทัล

โครงสร้างนี้เป็นแนวทางที่แตกต่างจากบล็อกเชนที่มีอยู่ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การลงทุน การซื้อขาย และ DeFi เป็นหลัก

Pi Network ถือได้ว่าเป็นโครงการที่ไม่เพียงแต่สร้างบล็อกเชนเท่านั้น แต่ยังสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่ผู้คนเชื่อมต่อและทำธุรกรรมโดยใช้บล็อกเชนจริงๆ

แน่นอนว่าเพื่อให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริงอย่างสมบูรณ์ ระบบนิเวศของเมนเน็ตจำเป็นต้องขยาย โดยมีแอปพลิเคชันมากขึ้น การมีส่วนร่วมของผู้ใช้ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของเครือข่าย Pi จะไม่ขึ้นอยู่กับว่าราคาเพิ่มขึ้นเท่าใด แต่ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้คนที่ใช้ Pi ในชีวิตจริง วิธีที่บริษัทและนักพัฒนามีส่วนร่วมในระบบนิเวศ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินต่อไปอย่างไร

Pi ไม่ใช่โครงการที่จะมาแทนที่ Bitcoin แต่เป็นอีกหนึ่งระบบนิเวศบล็อคเชนที่มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน

หาก Bitcoin คือ 'ทองคำดิจิทัล' Pi Network มีเป้าหมายที่จะเป็น 'เครือข่ายสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล'

ในอนาคต มูลค่าของ Pi น่าจะถูกกำหนดโดยการเติบโตของกรณีการใช้งานจริง (ยูทิลิตี้) ระบบนิเวศ (ระบบนิเวศ) ผู้ใช้ (เครือข่าย) และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ (กิจกรรมทางเศรษฐกิจ) แทนที่จะเป็นราคาตลาดธรรมดา